เชียงคาน.com     เชียงคาน เมืองคนงาม ข้าวหลามยาว มะพร้าวแก้ว เพริศแพร้วเกาะแกง แหล่งวัฒนธรรม .....

เชียงคาน
ที่พักเชียงคาน
สถานที่ท่องเที่ยวเชียงคาน
รูปภาพเชียงคาน
การเดินทางเชียงคาน
ร้านอาหารเชียงคาน
ร้านกาแฟ เชียงคาน New!
หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์
ของฝากเชียงคาน
แผนที่เชียงคาน
ทัวร์เชียงคาน
ติดต่อเรา หรือ ลงโฆษณา
ปาย
 
 

เพื่อนบ้าน

 

 

ติดต่อลงโฆษณา คลิ๊ก ๆๆ

 

  เชียงคาน, เลย > โปรแกรมทัวร์ เชียงคาน  
ทัวร์เชียงคาน จ.เลย
3 วัน 2 คืน
 

วันที่ 1

โปรแกรมทัวร์เชียงคาน


ช่วงเช้า

 
หลังมื้อเช้า อาจหาเช่ารถจักรยานขี่เที่ยวชมวัด และบ้านเรือโบราณริมชายาโขง โดยสามารถจัดเส้นทางขี่จักรยานเที่ยวชม 9 วัดในเขตเมืองได้ทันครึ่งวัน:

เริ่มต้นจาก วัดศรีคุณเมือง อยู่ริมถนนชายโขง ซอย 6-7 ไปชมพระอุโบสถเป็นศิลปะล้านนาผสมล้านช้าง และภาพเขียนจากช่างโบราณที่หน้าจั่ว หลังจากได้บูรณะขึ้นใหม่ ภาพเขียนมีการสอดแทรกเรื่องราวที่เป็นปัจจุบัน เช่น ภาพรถตุ๊กตุ๊ก, อาจารย์แม่ และอดีตนายกชวน หลีกภัย อยู่ด้วย

จากนั้นขี่เลียบชายโขงไปถึง ซอย 14 วัดมหาธาตุ วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่ที่สุดของเมืองเชียงคาน ไปชมพระอุโบสถไม้เก่าแก่รูปแบบล้านช้าง ภายในประดิษฐานพลวงพ่อใหญ่ บริเวณหน้าจั่วมีภาพเขียนบอกเล่าเรื่องราวประวัติเมืองเชียงคาน และมีเจดีย์ก่ออิฐที่เชื่อกันว่าสร้างทับรูพญานาค นอกจากนี้ยังมีพระอุโบสถหลังใหม่ ที่สร้างขึ้นในรูปแบบสถาปัตยกรรมล้านช้างที่สวยงาม บริเวณปากซอย 14 ล่าง ติดถนนชายโขง ยังมีบ้านไม้โบราณที่มีการฉาบปูนฝาขัดแตะจากไม้ไผ่ ที่หลงเหลืออยู่เพียงหลังเดียวให้ชมด้วย

ออกจากซอย 14 ขี่เลียบโขงไปทางทิศตะวันออกจนถึงซอย 21 คือ วัดท่าคก วัดนี้เชื่อกันว่าสร้างโดยพระยาศรีอรรคฮาต เจ้าเมืองคนสุดท้ายของเชียงคาน มีพระอุโบสถและศิลาจารึกด้านหน้าให้ชม จากนั้นคุณสามารถขี่เข้าซอย 21 ตรงขึ้นไปผ่านสี่แยกถนนศรีเชียงคาน จนถึง วัดศรีพนมนพมาศ วัดนี้เป็นวัดใหม่ที่มีอุโบสถกับลวดลายปูนปั้นที่งดงาม จากนั้นขี่กลับมาที่ถนนศรีเชียงคาน ไปที่ซอย 17 เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ วัดป่าใต้ ไปชมพระอุโบสถเก่าแก่ ศิลปะแบบหลวงพระบาง ภายในมีพระพุทธรูปทอง และพระพุทธรูปไม้ศิลปะหลวงพระบาง และตู้พระธรรมใบลานที่งดงาม นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรมด้วย

จากซอย 17 ไปซอย 10 มี วัดป่ากลาง หรือ วัดมัชฌิมาราม วัดนี้มีพระอุโบสถสมัยใหม่ในแบบรัตนโกสินทร์ แต่ผสมผสานช่อฟ้าในแบบล้านช้าง นอกจากนี้หน้าจั่วยังมีรูปพระพรหมทรงสุบรรณที่แปลกกว่าวัดอื่นในเชียงคาน

หลังจากนั้นขี่ไปชม วัดสันติวนาราม เป็นวัดที่มีรอยพระพุทธบาทจำลอง และพระอุโบสถแบบรัตนโกสินทร์ ที่มีระเบียงคตล้อมรอบทั้งสี่ด้าน ประดิษฐานพระพุทธรูปเรียงรายอยู่โดยรอบสวยงามมาก

จากนั้นขี่เลียบถนนศรีเชียงคาน ไปชม วัดโพนชัย ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างซอย 2-3 ชมพระอุโบสถที่มีรูปสถาปัตยกรรมล้านช้างผสมสถาปัตยกรรมในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ที่พระยาศรีอรรคฮาตเป็นผู้สร้าง และเคยเป็นที่ตั้งที่ว่าการเมืองเชียงคาน ก่อนจะย้ายไปอยู่ในที่ปัจจุบัน

ปิดท้ายการขี่จักรยานเที่ยวก่อนเที่ยงที่ วัดภูช้างน้อย ซึ่งมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่บนเนินเขาสูง จุดเด่นคือบริเวณฐานพระพุทธรูปนี้คือจุดชมวิวเมืองเชียงคานที่อยู่ริมแม่น้ำโขงได้อย่างสวยงาม จากนั้นไปหาร้านอาหารอร่อยริมโขงนั่งกิน ชมบรรยากาศเพลินๆ
 

ช่วงบ่าย

ไปต่อกันที่ แก่งคุดคู้ ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงคานประมาณ 3 กิโลเมตร หากคุณชอบขี่จักรยานก็สามารถขี่ไปเที่ยวได้ หรือขับรถไปเองก็สะดวก เพราะมีที่จอดรถกว้างขวาง หรือหากไม่ได้ขับรถไปเอง บางเกสต์เฮ้าส์มีบริการรถกระบะ หรือรถตู้พาเที่ยวโดยคิดราคาเหมาวัน และตามระยะทาง ...คุณอาจจะเล่นน้ำ ชมวิว หรือไปนั่งร้านอาหารริมแก่งคุดคู้ กินกุ้งเต้น และปลาแม่น้ำโขงอร่อยๆ ของกลุ่มสตรีอาหารพื้นเมืองแก่งคุดคู้ หรือเหมาเรือล่องตามแม่น้ำโขงชมวิวทิวทัศน์ นอกจากนี้ระหว่างทางไปแก่งคุดคู้ ยังมี วัดท่าแขก ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่อีกวัดหนึ่ง ที่คุณเข้าไปชมพระอุโบสถ และพระพุทธรูปแกะสลักจากหิน ซึ่งมีอายุกว่า 300 ปี และยังมีประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวกับเมืองเชียงคานด้วย ส่วนใครที่นิยมพระเครื่อง มาวัดนี้ไม่ผิดหวัง
 

 

*********************

วันที่ 2

ช่วงเช้า



กิจกรรมที่นิยมที่เชียงคานแห่งนี้ คือ การตักบาตรข้าวเหนียว ซึ่งคนที่ต้องการการตักบาตรอาจบอกกับเจ้าของเกสต์เฮ้าส์เอาไว้ล่วงหน้าเพื่อให้เตรียมของใส่บาตรให้ และต้องตื่นแต่เช้าสักหน่อย เพราะเวลาที่พระมาบิณฑบาตร ประมาณ 6 โมง-6 โมงครึ่งเท่านั้น ซึ่งการแต่งกายควรแต่งให้เรียบร้อย ไม่ใส่กางเกงขาสั้น และถอดรองเท้าในขณะใส่บาตร ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่ดีงามของชาวเชียงคาน ส่วนวิธีในการใส่บาตรที่ถูกต้อง สอบถามได้จากผู้เฒ่าผู้แก่ หรือเจ้าของเกสต์เฮ้าส์

หลังมื้อเช้า ไปเที่ยวต่อ โดยเลือกว่าจะไป -วัดพระใหญ่ภูคกงิ้ว ที่บ้านท่าดีหมี ..ห่างจากเชียงคาน 19 กิโลเมตร ไป ชมวิวปากน้ำเหือง บริเวณที่เคยเป็นเมืองปากเหืองเดิม -หรือจะขัยรถเลียบแม่น้ำโขงไปทางอำเภอปากชม หากเลือกเส้นทางนี้ สามารถขับรถขึ้นไปชมทิวทัศน์บน ภูทอก ซึ่งเป็นยอดเขาที่ตั้งสถานีทวนสัญญาณโทรศัพท์ของ TOT มองเห็นวิวแก่งคุดคู้ และตัวเมืองเชียงคานได้ ในฤดูหนาว ยอดภูทอก คือ จุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกที่สวยสดงดงามไม่แพ้ดอยสูงที่ภาคเหนือเลยทีเดียว

ห่างจากตัวเมืองเชียงคานไปประมาณ 10 กิโลเมตร จะผ่าน วัดพระพุทธบาทภูควายเงิน ซึ่งมีรอยพระพุทธบาทบนแผ่นหินที่เก่าแก่ ที่กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนและบูรณะเอาไว้ จากนั้นขับรถไปเที่ยว บ้านหาดเบี้ย หมู่บ้านที่มีอาชีพเสริมด้วยการเก็บหินในแม่น้ำโขงมาขาย และชมการร่อนทองคำ บริเวณ แก่งฟ้า ซึ่งจะมาชมได้ทุกวัน ยกเว้นทุกๆ วันพระ จากนั้นกินข้าวเที่ยงที่อำเภอปากชม หรือขับรถกลับมากินที่เชียงคาน
 

ช่วงบ่าย

ขับรถไปเที่ยวชม หมู่บ้านชาวไทดำ ที่ บ้านนาป่าหนาด ซึ่งเป็นศูนย์วัฒนธรรมชาวไทดำ ไปชมวิถีชีวิตชุมชน โดยภายในศูนย์วัฒนธรรมหมู่ที่ 4 จะมีชาวบ้านไทดำจำลองและกลุ่มเสื้อผ้าสตรีผ้าทอมือแบบโบราณ รวมถึงยังมีผ้าทอหลากหลายให้เลือกซื้อหาเป็นของฝาก และที่พลาดไม่ได้ คือ ชมลวดลายอันสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ของ "ซิ่นนางหาญอายุ 100 ปี" แล้วไปชมการทอผ้าที่หมู่ 12 พร้อมเลือกซื้อของฝากจากงานผ้าทอมือ

ตอนค่ำหลังจากกินมื้อเย็นเรียบร้อยแล้ว มาเดินเที่ยว และช้อปปิ้ง ซื้อของฝากกับร้านขายของที่ระลึกในถนนชายโขง "ถนนคนเดิน" หากใครที่จองทัวร์กลับ รถจะออกจากเชียงคานเวลาประมาณ 18.40 น., 19.30 น. และ 20.40 น. เดินทางถึงกรุงเทพฯ ตอนเช้ามืด
 

 

*********************

วันที่ 3

นั่งรถทัวร์กลับกรุงเทพฯ จากเชียงคานมีรถทัวร์ให้บริการเวลา 08.00 น. ถึงกรุงเทพฯ ตอนค่ำ ส่วนใครยังไม่รีบกลับ จะนั่งเรือข้ามฟากไปเที่ยวฝั่งลาวซักหน่อยก็ได้ แล้วค่อยนั่งรถกลับกรุงเทพฯ ในตอนเย็น

นอกจากคุณจะมาเที่ยวเชียงคานในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ได้สะดวกแล้ว เชียงคานยังสามารถเที่ยวชมได้ตลอดปี
- ฤดูหนาว เชียงคานจะมีบรรยากาศที่สวยงาม และหนาวเย็นเหมือนภาคเหนือ ที่มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม มีทะเลหมอกให้ชม โดยเฉพาะบนยอดภูทอกและภูช้างน้อยนั้น เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น และทะเลหมอกที่งดงามมาก หรือจะไปดูหมอกเลยเลียดผิวน้ำที่แก่งคุดคู้ก็สวยงามไปอีกแบบ
- ฤดูร้อน เป็นช่วงที่แม่น้ำโขงลดลงจนเปิดภาพของแก่งหินที่สวยงามโดยเฉพาะแก่งคุดคู้ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของอำเภอริมโขงแห่งนี้และยังมีหาดทราย หาดหินที่เหมาะลงเล่นน้ำได้อย่างปลอดภัย รวมถึงประเพณีสงกรานต์ที่เชียงคานนั้น ก็ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งในจังหวัดและใกล้เคียงด้วย
- ฤดูฝน เป็นช่วงเวลาที่มีชีวิตชีวามากเป็นพิเศษเพราะไร่นาที่แห้งแล้งจากฤดูร้อน กลับมามีสีเขียวชอุ่มชุ่มชื่นอีกครั้ง ช่วงเวลาของการลงไถ่ไร่นา และปลูกข้าวท้องทุ่งจึงเป็นสีเขียวจากต้นข้าว ยิ่งถ้าข้าวตั้งกอแล้ว ใบสีเขียวสดยิ่งเป็นภาพที่สร้างความสุขให้กับการเที่ยวเมืองอีสานได้อย่างดี
 

 

*********************

 

 

 

 

ขอขอบคุณข้อมูล: เพลส แอนด์ ไพรซ์, (มี.ค.-เม.ย. 2553), เชียงคาน-เลย.